![]() |
ทำไมป่าดิบชื้นจึงกำลังจะหมดไป
ป่าได้เคยกระจายอยู่มากกว่าหนึ่งในสี่ส่วนของพื้นโลก แต่วันนี้เหลือเพียงหนึ่งในห้าส่วนเท่านั้น
ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ป่าดิบชื้นหลายพันล้านเฮกตาร์ในเอเชีย แอฟริกา อเมริกากลาง
และอเมริกาใต้ ถูกทำลายด้วยการทำไร่เลื่อนลอย การเลี้ยงสัตว์ การทำไม้ และการทำเหมือง
มีเหตุผลมากมายที่อ้างเพื่อการบุกรุกป่าอันเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดอย่างหนึ่งของโลก
การก่อสร้างเขื่อน ถนน โครงการตั้งถิ่นฐานใหม่ในป่าดิบชื้นเป็นตัวเร่งอัตราการสูญเสีย
ประชากรในโลกที่สามเพิ่มขึ้นอย่างมาก ได้ผลักดันให้คนใจชนบทอพยพเข้าป่าตัดไม้เอาพื้นที่ทำไร่ไถนาและเลี้ยงสัตว์
ทำให้ดินซึ่งเคยเอื้อประโยชน์อย่างมากต่อระบบนิเวศเสียความอุดมสมบูรณ์ พืชเกษตรกรรมจะลดผลผลิตลงหลังจากปลูกไปได้
2-3 ปี ลมและน้ำฝนก็จะชะล้างหน้าดินไปและเปลี่ยนแปลงไปเป็นทะเลทรายในเวลาต่อมา
ปริมาณฝนก็จะลดลงและอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งมีผลต่อความร้อนของบรรยากาศโลกอันมีต้นเหตุอีกประการมาจากปฏิกิริยาเรือนกระจก
อะไรกำลังทำลายป่าเขตอบอุ่น
ในช่วงทศวรรษ 1970 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าป่าทั่วยุโรปและอเมริกาเหนือกำลังจะสูญสิ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าที่มีต้นไม้ยืนต้น เช่น ต้นสน สปรูซ และเฟอร์ขนาดใหญ๋ การทดสอบบรรยากาศได้แสดงผลว่ามลพิษจากโรงงานกำเนิดไฟฟ้า
รถยนต์ และรถบรรทุกเป็นตัวต้นเหตุ สารเคมีที่เรียกว่า ซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนออกไซด์กำลังเพิ่มขึ้นในบรรยากาศรวมตัวกับโมเลกุลอื่นกลายเป็นฝนที่มีความเป็นกรดมากกว่า
10 เท่าของสภาวะปกติตกลงสู่พื้นดิน
บางครั้งฝนที่ตกลงมามีความเป็นกรดรุนแรงเท่าน้ำส้มสายชู ชะล้างและละลายสารอาหารที่สำคัญออกจากดิน
และนำสารบางอย่าง เช่น อะลูมิเนียม และ แมงกานีส มำทำอันตรายต่อรากพืช ต้นไม้ที่อ่อนแอจะถูกโจมตีโดยแมลงและโรคทำให้ใบร่วงหล่นได้
ในยุโรปป่าทั้งป่ากำลังสูญสิ้นด้วยผลของการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้เกิดฝนกรดอันเป็นปัญหารุนแรงของสิ่งแวดล้อม
![]() |
![]() |
จากหนังสือ : หนังสือชุดโลกวิทยาศาสตร์ นิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม 1