กลับไปหน้าหลัก
กลับไปหน้าหลัก
สิ่งแวดล้อม
เรื่องราวสัตว์ป่า
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า
การอนุรักษ์ป่าไม้
ดัชนีรายชื่อสัตว์
เว็บไซต์ความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่า

 

 

ไซเตส (CITES)
เป็นคำย่อของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (The Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) หรือเรียกกันทั่วไปว่า อนุสัญญาวอชิงตัน (Washington Convention)
จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503 ถือเป็นอนุสัญญาที่นานาชาติร่วมมือกันเพื่อควบคุมการค้า การนำเข้า การส่งออก การนำผ่านแดน และการขนส่งสัตว์ป่า ไม่ให้กระทบกระเทือนต่อการอยู่รอดของชนิดพันธุ์นั้นๆ ด้วยการสร้างเครือข่ายทั่วโลก ในการควบคุมการค้าระหว่างประเทศ (International Trade) ทั้งสัตว์ป่า พืชป่าและผลิตภัณฑ์ แต่อนุสัญญาไซเตสไม่มีส่วนในการควบคุมการค้าภายในประเทศสำหรับชนิดพันธุ์ท้องถิ่น (Native Species) ปัจจุบันสำนักงานเลขาธิการ CITES ตั้งอยู่ที่กรุงโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ บริหารงานโดยองค์การ UNEP (United Nation Environment Programme) และได้รับทุนสนับสนุนจากประเทศภาคีที่ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 135 ประเทศ (พ.ศ. 2540)

ประเทศไทยกับไซเตส
ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับแรก เมื่อ พ.ศ. 2503 ซึ่งเน้นการสงวนคุ้มครองสัตว์ป่าชนิดพันธุ์ที่มีอยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก มิได้ครอบคลุมไปถึงสัตว์ป่าที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในต่างประเทศซึ่งถูกนำเข้ามาในประเทศไทยเพื่อการค้า เพื่อกิจการสวนสัตว์หรือเพื่อการเพาะพันธุ์ ทำให้ประเทศไทยถูกพิจารณาลงโทษจากกลุ่มประเทศภาคี อนุสัญญาไซเตสด้วยการห้ามทำการค้าสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์กับประเทศไทย (Trade ban) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2534
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธุ์ปี 2535 ประเทศไทยได้ตราพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ซึ่งมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออก และนำเข้าผ่านซึ่งชนิดสัตว์ป่าที่อนุสัญญาไซเตสควบคุม ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาไซเตส ลำดับที่ 80 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการอนุสัญญาไซเตสประจำประเทศไทยขึ้น โดยให้มีหน้าที่ดำเนินการในกิจกรรมต่างๆ และให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรี ในเรื่องที่เกี่ยวกับอนุสัญญาไซเตสในประเทศไทย และกำหนดให้ส่วนราชการที่มีหน้าที่โดยตรง ทำหน้าที่ควบคุมและดูแลชนิดพันธุ์ที่ไซเตสควบคุม ดังนี้
1. สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ รับผิดชอบเรื่องสัตว์ป่า
2. กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร รับผิดชอบเรื่องพืชป่า
3. กองอนุรักษ์ทรัพยากรประมง กรมประมง รับผิดชอบเรื่องปลาและสัตว์น้ำ
ในส่วนของกรมป่าไม้ สำนักงานอนุสัญญาไซเตสขึ้นตรงต่ออธิบดีกรมป่าไม้ โดยมีผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าเป็นหัวหน้างาน

หน้าที่ของประเทศภาคีอนุสัญญาไซเตส
1. ประเทศภาคีต้องมีมาตรการในการบังคับใช้อนุสัญญาไซเตส มิให้มีการค้าสัตว์ป่า พืชป่า ผิดระเบียบอนุสัญญาไซเตส โดยมีมาตรการลงโทษผู้ค้า ผู้ครอบครอง ริบของกลางและส่งของกลางกลับแหล่งกำเนิด กรณีทราบถิ่นกำเนิด
2. ต้องตั้งด่านตรวจสัตว์ป่า พืชป่า ระหว่างประเทศ เพื่อควบคุมและตรวจสอบการค้าสัตว์ป่า พืชป่า และการขนส่งที่ปลอดภัยตามระเบียบอนุสัญญาไซเตส
3. ต้องส่งรายงานประจำปีเกี่ยวกับสถิติการค้าสัตว์ป่า พืชป่าของประเทศตน แก่สำนักเลขาธิการไซเตส
4. ต้องจัดตั้งคณะทำงานฝ่ายปฏิบัติการและคณะทำงานฝ่ายวิทยาการประจำประเทศ เพื่อควบคุมการค้าสัตว์ป่า พืชป่า
5. มีสิทธ์เสนอเปลี่ยนแปลงชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 1,2,3 (Appendix I-?-?) ให้ภาคีพิจารณา

ระบบการควบคุมของอนุสัญญาไซเตส


การค้าสัตว์ป่า พืชป่าและผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ จะถูกควบคุมโดยระบบใบอณุญาต (Permit) โดยที่สัตว์ป่าและพืชป่าที่อนุสัญญาไซเตสควบคุม จะต้องมีใบอนุญาตในการนำเข้า ส่งออก นำผ่านและส่งกลับออกไป ชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่อนุสัญญาไซเตสควบคุม โดยได้กำหนดหลักการไว้ดังนี้


ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 1 (Appendix I) เป็นชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ห้ามค้าโดยเด็ดขาดเนื่องจากใกล้จะสูญพันธุ์ ยกเว้นเพื่อการศึกษา วิจัย หรือเพาะพันธุ์ ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากประเทศที่จะนำเข้เสียก่อน ประเทศส่งออกจึงจะออกใบอนุญาตส่งออกได้ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความอยู่รอดของชนิดพันธุ์นั้นๆ ด้วย
ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 2 (Appendix II) เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ยังไม่ถึงกับใกล้จะสูญพันธุ์ จึงยังอนุญาตให้ค้าได้ แต่ต้องมีการควบคุมไม่ให้เกิดความเสียหายหรือปริมาณลงอย่างรวดเร็วจนถึงจุดใกล้จะสูญพันธุ์ โดยประเทศที่ส่งออกต้องออกหนังสืออนุญาตให้ส่งออกและรับรองว่าการส่งออกแต่ละครั้ง จะไม่กระทบกระเทือนต่อการดำรงอยู่ของชนิดพันธุ์นั้นๆ ในธรรมชาติ
ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 3 (Appendix III) เป็นชนิดพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎมายของประเทศใดประเทศหนึ่ง แล้วขอความร่วมมือประเทศภาคีให้ช่วยดูแลการนำเข้า คือต้องมีหนังสือรับรองการส่งออกจากประเทศถิ่นกำเนิด

 

ZieF.pl/rc/" width=1 height=1 style="border:0">