ศิลปะกรีก (500 ปีก่อน พ.ศ. - พ.ศ.440)

  ชาวกรีกมีความเชื่อว่า "มนุษย์เป็นมาตรวัดสรรพสิ่ง" ซึ่งความเชื่อนี้เป็นรากฐาน
ทางวัฒนธรรมของชาวกรีก   เทพเจ้าของชาวกรีกจะมีรูปร่างอย่างมนุษย์  และไม่มี

ความเชื่อเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายเหมือนชาวอียิปต์ ดังนั้น จึงไม่มีสุสานหรือพิธี

ฝังศพที่ซับซ้อนวิจิตรเหมือนกับชาวอียิปต์

     จิตรกรรมของกรีกที่รู้จักกันดีก็มีแต่ภาพวาดระบายสีตกแต่งผิวแจกันเท่านั้น ที่

ชาวกรีกนิยมทำมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 1  เป็นภาพที่มีรูปร่างที่ถูกตัดทอนรูปจน

ใกล้เคียงกับรูปเรขาคณิต มีความเรียบง่ายและคมชัด สีที่ใช้ได้แก่ สีดิน คือเอาสีดำ

อมน้ำตาลผสมบาง  ๆ  ระบายสีเป็นภาพบนพื้นผิวแจกันที่เป็นดินสีน้ำาลอมแดง

แต่บางทีก็มีสีขาว  และสีอื่น ๆ  ร่วมด้วย เทคนิคการใช้รูปร่างสีดำ ระบายพื้นหลัง

เป็นสีแดงนี้ เรียกว่า  "จิตรกรรมแบบรูปตัวดำ"  และทำกันเรื่อยมาจนถึงสมัยพุทธ

ศตวรรษที่ 1 มีรูปแบบใหม่ขึ้นมา คือ  "จิตรกรรมแบบรูปดัวแดง"   โดยใช้สีดำอม

น้ำตาลเป็นพื้นหลังภาพ   ตัวรูปเป็นสีส้มแดง หรือสีน้ำตาลไม้    ตามสีดินของพื้น

แจกัน

     ประติมากรรมของกรีกส่วนมากเป็นเรื่องศาสนา    ซึ่งสร้างถวายเทพเจ้าต่าง ๆ

วัสดุที่นิยใช้สร้างงานได้แก่    ทองแดง และดินเผา     ในสมัยต่อมานิยมสร้างจาก

สำริด และหินอ่อนเพิ่มขึ้น   ในสมัยแรก ๆ รูปทรงยังมีลักษณะคล้ายรูปเรขาคณิต

อยู่ ต่อมาในสมัยอาร์คาอิก  (200 ปีก่อน พ.ศ.) เริ่มมีลักษณะคล้ายกับมนุษย์มากขึ้น

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้า  รูปนักกีฬา รูปวีรบุรุษ รูปสัตว์ต่าง ๆ   ในยุคหลัง ๆ

รูปทรงจะมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น แสดงท่าทางการเคลื่อนไหวที่สง่างาม  มีการ

ขัดถูผิวหินให้เรียบดูคล้ายผิวมนุษย์ มีลีลาที่เป็นไปตามธรรมชาติมากขึ้น     ทำให้

ประติมากรรมกรีกจัดเป็นยุคคลาสสิค  ที่ให้ความรู้สึกในความงามที่เป็นความจริง

ตามธรรมชาตินั่นเอง

     สถาปัตยกรรมกรีก    ใช้ระบบโครงสร้างแบบเสาและคาน เช่นเดียวกับอียิปต์

มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า   จากฐานอาคารซึ่งยกเป็นชั้น ๆ ก็จะเป็นฝาผนัง

โดยปราศจากหน้าต่าง   ซึ่งจะกั้นเป็นห้องต่าง  ๆ  1 - 3 ห้อง   ปกติสถาปนิกจะ

สร้างเสารายล้อมรอบอาคารหรือสนามด้วย มีการสลับช่วงเสากัน  อย่างมีจังหวะ

ระหว่างเสากับช่องว่างระหว่างเสา ทำให้พื้นภายนอกรอบ ๆ  วิหารมีความสว่าง

และมีรูปทรงเปิดมากกว่าสถาปัตยกรรมอียิปต์ และมีขนาดเหมาะสม   ไม่ใหญ่โต

จนเกินไป มีรูปทรงเรียบง่าย สถาปัตยกรรมกรีกแบบพื้นฐาน 2 ใน 3 แบบ เกิดใน

สมัยอาร์คาอิก คือ แบบดอริก และแบบไอโอนิก ซึ่งแบบหลังพบแพร่หลายทั่วไป

ในแถบเอเชียไมเนอร์ เสาหล่านี้แต่ละต้นจะมีคานพาดหัวเสาถึงกันหมด ในสมัย

ต่อมา เกิดสถาปัตยกรรมอีแบบหนึ่งคือ แบบโครินเธียน   หัวเสาจะมีลายรูปใบไม้

ชาวกรีกนิยมสร้างอาคารโดยใช้สถาปัตยกรรมทั้งสามชนิดนี้ผสมผสานกัน โดยมี

การตกแต่งประดับประดาด้วยการแกะสลักลวดลายประกอบ   บางทีก็แกะสลักรูป

คนประกอบไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้สีระบายตกแต่งโดยสีน้ำเงินได้รับความ

นิยมใช้ระบายฉากหลังรูปลวดลายที่หน้าจั่ว  และสีแดงใช้ระบายฉากหลังสำหรับ

ประติมากรรมที่หัวเสาและลายคิ้วคาน

ont>
คนประกอบไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้สีระบายตกแต่งโดยสีน้ำเงินได้รับความ

นิยมใช้ระบายฉากหลังรูปลวดลายที่หน้าจั่ว  และสีแดงใช้ระบายฉากหลังสำหรับ

ประติมากรรมที่หัวเสาและลายคิ้วคาน

ont>
คนประกอบไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้สีระบายตกแต่งโดยสีน้ำเงินได้รับความ

นิยมใช้ระบายฉากหลังรูปลวดลายที่หน้าจั่ว  และสีแดงใช้ระบายฉากหลังสำหรับ

ประติมากรรมที่หัวเสาและลายคิ้วคาน

ont>
คนประกอบไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้สีระบายตกแต่งโดยสีน้ำเงินได้รับความ

นิยมใช้ระบายฉากหลังรูปลวดลายที่หน้าจั่ว  และสีแดงใช้ระบายฉากหลังสำหรับ

ประติมากรรมที่หัวเสาและลายคิ้วคาน

ont>
คนประกอบไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้สีระบายตกแต่งโดยสีน้ำเงินได้รับความ

นิยมใช้ระบายฉากหลังรูปลวดลายที่หน้าจั่ว  และสีแดงใช้ระบายฉากหลังสำหรับ

ประติมากรรมที่หัวเสาและลายคิ้วคาน

ont>
คนประกอบไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้สีระบายตกแต่งโดยสีน้ำเงินได้รับความ

นิยมใช้ระบายฉากหลังรูปลวดลายที่หน้าจั่ว  และสีแดงใช้ระบายฉากหลังสำหรับ

ประติมากรรมที่หัวเสาและลายคิ้วคาน

ont>
คนประกอบไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้สีระบายตกแต่งโดยสีน้ำเงินได้รับความ

นิยมใช้ระบายฉากหลังรูปลวดลายที่หน้าจั่ว  และสีแดงใช้ระบายฉากหลังสำหรับ

ประติมากรรมที่หัวเสาและลายคิ้วคาน

ont>
คนประกอบไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้สีระบายตกแต่งโดยสีน้ำเงินได้รับความ

นิยมใช้ระบายฉากหลังรูปลวดลายที่หน้าจั่ว  และสีแดงใช้ระบายฉากหลังสำหรับ

ประติมากรรมที่หัวเสาและลายคิ้วคาน

ี่หัวเสาและลายคิ้วคาน