ไม้พุ่ม



ชื่อ
ผักหวานบ้าน
วงศ์
EUPHORBIACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์
Sauropus androgynus Merr.
ชื่อพื้นเมือง
ก้านตง จ๊าผักหวาน
ส่วนที่เป็นผัก ยอดอ่อน ใบอ่อน ผลอ่อน
ฤดูกาล / รส ฤดูฝน ผลปลายฤดูฝน / รสหวาน เย็น
การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด
ประโยชน์ทางยา ราก-ถอนพิษไข้ ใช้ฝนทาแก้โรคคางทูม

ลักษณะพฤกษศาสตร์
ผักหวานบ้านเป็นไม้พุ่ม สูง 0.8 - 2 เมตร กิ่งก้านค่อนข้างเล็ก สีเขียวปนเทา ใบเป็นใบเดี่ยว ก้านใบสั้น ประมาณ 2 - 4 มม. ใบออกแบบสลับ รูปร่างกลมรูปขอบขนาน หรือค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ใบกว้าง 2 - 3.2 ซม. ยาว 3.2 - 6 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมนขอบใบเรียบ และมีหูใบเป็นแผ่นเล็ก ๆ ที่โคนก้านใบ ดอกสีม่วงแดงหรือแดงเข้มกลุ่มละ 2 - 4 ดอก เป็นดอกเดี่ยวออกตรงซอกใบ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกเพศกัน ผลรูปร่างคล้ายลูก มะยม เรียงกันอยู่ใต้ใบ ผลมี 3 พู สีขาวนวลและออกสีชมพูเล็กน้อย เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.0 - 1.5 ซม. เมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยม ขนาดเล็ก
การปลูก
ผักหวานบ้านมักพบในป่าธรรมชาติ เช่น ป่าทุ่ง ป่าผสมผลัดใบ ป่าแดง และตามบริเวณ ทุ่งนา ชาวบ้านภาคกลางและภาคอีสานนำมาปลูกไว้ในสวน หรือใกล้บริเวณบ้านเพื่อรับประทานยอด ผักหวานบ้านชอบที่ลุ่มต่ำ มีความชื้นพอเหมาะ ปลูกง่ายขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
ประโยชน์ทางยา
ราก สรรพคุณระงับความร้อนถอนพิษไข้ซ้ำไข้กลับเนื่องจากการรับรับประทานของแสลง หมอพื้นบ้านภาคกลางใช้ฝนทาแก้โรคคางทูม และหมอพื้นบ้านภาคเหนือ ใช้รากผักหวานบ้านแก่นในของฝักข้าวโพด รากมะแว้ง และรากผักดีด ฝนกับน้ำอย่างละเท่า ๆ กันให้เด็กหรือผู้ใหญ่รับประทานแก้ไข้ ไข้หัด ไข้อีสุกอีใส
ประโยชน์ทางอาหาร
ส่วนที่เป็นผัก/ฤดูกาล ยอดอ่อน ใบอ่อน ลูกอ่อนของผักหวานบ้านรับประทานเป็นผักได้ยอดอ่อนและใบอ่อนผลิมากในฤดูฝน ส่วนลูกอ่อนมีในปลายฤดูฝน
รสและประโยชน์ต่อสุขภาพ

ผักหวานบ้าน รสหวาน เย็น ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย
การปรุงอาหาร
ยอดอ่อนและใบอ่อนนำมาต้ม ลวก นึ่ง ผัดน้ำมัน ให้สุกและรับประทานเป็นผักจิ้มกับน้ำพริกรสจัด หรืออาจนำผักหวานบ้านมาปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงกับหมู แกงกับปลา แกงเลียงของชาวบ้านภาคกลาง และแกงอ่อนของชาวอีสาน เป็นต้น