โครงงาน 

 

 

 


กลุ่มสาระภาษาไทย

เรื่อง  ภาษิตล้านนา และ ภาษิตไทย

 

จัดทำโดย

.. นิโลบล    อักษรโศภณพันธุ์ 

.. ทิวาพร    ศิริ

.. วิสุทธิพร    สุขเจริญ

.. ญาณิศา    นิรามัยธรรมกร

 

ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖

โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

ปีการศึกษา  ๒๕๔๖

 

อาจารย์ที่ปรึกษา

. ศุภาสินี    วิรัชดิฐ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทคัดย่อ

        โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์  เพื่อศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคำภาษิตล้านนา ( คำบ่ะเก่า ) ที่ผู้เฒ่าผู้แก่มักพูดกันในบทสนทนาในชีวิตประจำวัน  และใช้กล่าวอบรม  ให้ข้อคิด  ข้อเตือนใจแก่บุตรหลานในการดำรงชีวิต  หรือประพฤติตนในทางที่ถูกที่ควร  มาเปรียบเทียบกับภาษิตไทยที่มีความหมายตรงกันเพื่อง่ายแก่การเข้าใจสามารถนำมาใช้ในการสื่อได้ตรงกัน  โดยได้สืบค้นจากวิทยากรในท้องถิ่นและศึกษาจากหนังสือในห้องสมุด  ตลอดจนหนังสือที่ครูที่ปรึกษาแนะนำให้

           ผลการค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลพบว่าภาษิตล้านนา (คำบ่ะเก่า)  มีมากมายหลายสำนวนที่มีความหมายตรงกับภาษิตไทย  โดยคณะผู้จัดทำได้รวบรวมไว้จำนวน   สำนวน  พร้อมความหมายและพบว่ามีภาษิตล้านนาหลายสำนวนที่มีการเปรียบเทียบอย่างลึกซึ่งต้องตีความหมายหลายขั้นตอนจึงจะเข้าใจ  และยังมีภาษิตที่เกิดจากนิทานซึ่งทำให้คณะผู้จัดทำได้รับความรู้มากมาย  ดังนั้น  ภาษิตล้านนาจึงไม่ควรถูกปล่อยให้สูญหายไป  เราทุกคน

ซึ่งเป็นเจ้าของภาษาควรได้ร่วมใจกันหันมา  เรียนรู้สืบทอดและอนุรักษ์ให้คงอยู่ต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กิตติกรรมประกาศ

โครงงานนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี  เนื่องจากได้รับความรู้และคำแนะนำในการทำโครงงานจากอาจารย์ผู้สอนคือ อาจารย์ ศุภาสินี  วิรัชดิฐ  ตั้งแต่เริ่มทำโครงงานจนสิ้นสุดการทำโครงงาน  คณะผู้จัดทำจึงขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

 

                   ขอขอบคุณ คุณยายจันทร์สม  ตามัน (อักษรโศภณพันธุ์) วิทยากรผู้ทรงความรู้ในหมู่บ้านที่ได้รับความรู้เกี่ยวกับข้อมูลภาษาล้านนา (กำบ่ะเก่า)อย่างมากมาย

 

                   สุดท้ายนี้  ขอกราบขอบพระคุณ  คุณพ่อคุณแม่ของคณะผู้จัดทำที่คอยช่วยเหลือเป็นกำลังใจ

ให้ความดูแลเอาใจใส่ในการไปเก็บรวบรวมข้อมูลมาโดยตลอด

 

                                                          ผู้จัดทำ

1.     ..  นิโลบล  อักษรโศภณพันธุ์

2.     ..  ทิวาพร  ศิริ

3.     ..  วิสุทธิพร  สุขเจริญ

4.     ..  นิรามัย  ธรรมกร

                                                28  พฤศจิกายน  2546

 

 

คำนำ

 

      โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้กลุ่มวิชาภาษาไทยที่สอดคล้องกัน  กับเนื้อหาภาษิตล้านนากับภาษิตไทย  ซึ่งกำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาสาระภาษาไทย  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖  โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ภูมิปัญญาล้านนาอันเป็นถิ่นที่อยู่ของตน

            คณะผู้จัดทำหวังว่าโครงงานชิ้นนี้  จะเป็นประโยชน์ต่อคณะผู้จัดทำและผู้สนใจที่จะศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับภาษิตล้านนา ( กำบ่ะเก่า )โดยเปรียบเทียบกำภาษิตไทย  ให้สามารถสื่อความหมายให้เข้าใจตรงกัน

 

                                                                

                                                                       คณะผู้จัดทำ

                               

                                                                  21  ธันวาคม  2546

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารบัญ
 

 

 

เนื้อหา                                                                           หน้า

 

บทคัดย่อ                                                                          

กิตติกรรมประกาศ                                                            

คำนำ                                                                               

บทที่  ๑ ที่มาและความสำคัญของโครงงาน                         

            วัตถุประสงค์  ,  ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

บทที่    กรอบความคิด                                                    

บทที่    การดำเนินงาน                                                    

บทที่    ผลการดำเนินงาน                                        - ๑๕

บทที่    สรุปผลการศึกษาค้นคว้าภาษิตล้านนา                ๑๖

              และภาษิตไทย

              อภิปายผลการศึกษาค้นคว้า

              ประโยชน์ที่ได้รับ

              ข้อเสนอแนนะ

บรรณานุกรม

 

 

 

 

บทที่ 

 

                               ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

          ในปัจจุบัน  หลักสูตรการศึกษาได้เน้นกานเรียนรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทย  โดยเฉพาะการผลิตและการบริโภคสินค้าไทย  เพื่อพัฒนาเศษรฐกิจของคนไทยให้ดีขึ้น  จึงเกิดสินค้า  หนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลขึ้นมา  ภาษาล้านนาก็เป็นภูมิปัญญาอีกอย่างหนึ่ง  ที่สมควรได้รับการสืบสาน และ ถ่ายทอดแก่ลูกหลาน  การค้นคว้าและเรียนรู้ภาษิตล้านนา  จึงถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี  ทั้งนี้เพราะคนในเมืองและท้องถิ่นภาคเหนือไม่ค่อยจะนิยมพูดคำภาษาท้องถิ่นกันแล้วในปัจจุบัน  และมักจะใช้คำภาษาไทยกลางสนทนาในชีวิตประจำวัน  จนทำให้เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยเข้าใจคำภาษาถิ่น  พูดไม่ได้  และ  ไม่รู้ความหมายของภาษิตล้านนา  (กำบ่ะเก่า )  ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็เกิดกับคณะผู้จัดทำเช่นกัน  จึงคิดที่จะสืบถาม  และ ค้นคว้ารวบรวมไว้ในลักษณะของโครงงาน

 

วัตถุประสงค์

1.        เพื่อสำรวจว่าภาษิตล้านนา และ ภาษิตไทยมีความหมายเหมือนกันหรือไม่

2.        เพื่อรวบรวม  ภาษิตล้านนา  และ  เรียนรู้  ให้เกิดความเข้าใจ  อันส่งผลดีต่อ  การใช้ในชีวิตประจำวัน  ได้ตรงกัน 

                                         

                                      ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.        นำไปใช้สนทนากับผู้เฒ่า  ผู้แก่  ที่เป็นคนล้านนา

2.        นำไปเผยแพร่ให้เพื่อนในโรงเรียนได้รับรู้  ความหมายและความงดงามทาง  ภาษา

3.        ได้รู้จักการทำงานกลุ่ม  และ การหาข้อมูลเพิ่มเติม  จัดเป็นระบบ

 

                                ขอบเขตการศึกษา

ในการศึกษาครั้งนี้  มี ขอบเขตการศึกษา  คือ

1.       หนังสือ  คำคมล้านนา

2.       อาจารย์  ศุภาสินี  วิรัชดิฐ

3.       สอบถามผู้รู้วิทยากร  ท้องถิ่น

4.       หนังสือ  สำนวนภาษาภาษิตไทย

 

งานและการศึกษาข้อมูลพื้นฐานก่อนออกแบบหรือกำหนดแนวทาง

1 รับความรู้เรื่องภาษิตล้านนา

2 ค้นหาเอกสารที่เกี่ยวกับภาษิตล้านนา จาก ห้องสมุดโรงเรียน

3 ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวกับภาษิตไทย จาก Wed  site

4 ปรึกษาสมาชิกในกลุ่มเกี่ยวกับ  การวางแผนสำรวจและรวบรวมภาษิต

5 เก็บรวบรวมภาษิตที่หามา

6 วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นและเปรียบเทียบคำภาษิตล้านนาและภาษิตไทย

7 ปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อปรับปรุงผลงาน  ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

8 นำเสนอผลงานในรูปแบบของรายงานการจัดทำโครงงาน

 

 

วัตถุประสงค์

1 เพื่อสำรวจว่า ล้านนา และ ภาษาไทย มีความหมาย เหมือนกัน หรือ ไม่

2 เพื่อรวบรวม ภาษิตล้านนา และ เรียนรู้ ให้เกิดความเข้าใจ ในผลดี ของ สุภาษิตล้านนา และ การใช้ในชีวิตประจำวัน ได้ตรงกัน

 

ขอบเขตการศึกษา

ในการศึกษาครั้งนี้ มี ขอบเขตการศึกษา คือ

1 หนังสือ คำคมล้านนา

2 อาจารย์ สุภาสินี  วิรัขดิฐ

3 สอบถามผู้รู้ วิทยากร ท้องถิ่น

4 หนังสือ สำนวน ภาษา สุภาษิตไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 

 

กรอบความคิด
 

 

 

 

 

 

ศึกษาเอกสาร

-         จากหนังสือคำคมล้านนา

-         จากหนังสือพจนานุกรมนักเรียน  ฉบับเฉลิมพระเกียรติ

-    จากหนังสือ  สำนวนสุภาษิตไทย

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วางแผนสำรวจ

-          ปรึกษาเพื่อนๆในกลุ่ม  ในการวางแผนการไปทำงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

 

 

 

 


บทที่ 

 

การดำเนินงาน

งานและการศึกษาข้อมูลพื้นฐานก่อนออกแบบหรือกำหนดแนวทาง

 

1.      รับความรู้เรื่องภาษิตล้านนา

2.      ค้นหาเอกสารที่เกี่ยวกับภาษิตล้านนา จาก  ห้องสมุดโรงเรียน

3.      ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวกับภาษิตไทยจาก  Wed  site

4.      ปรึกษาสมาชิกในกลุ่มเกี่ยวกับ การวางแผนการสำรวจและรวบรวมภาษิต

5.      เก็บรวบรวมภาษิตที่หามา

6.      วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นและเปรียบเทียบคำภาษิตล้านนาและภาษิตไทย

7.      ปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อปรับปรุงผลงาน  ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

8.      นำเสนอผลงานในรูปแบบของรายงานการจัดทำโครงงาน

 

 

 

 

 

 

 

เปรียบเทียบบทที่ 

ผลการดำเนินงาน

ผู้จัดทำได้รวรวมภาษิตล้านนา  ตลอดจนความหมายและเปรียบเทียบกับภาษิตไทย  โดยจัดเป็นตารางดังนี้

 

กำล้านนา

ความหมาย

กำไทย ( กลาง )

ก้นหม้อบ่ฮ้อน  บ่เป๋นแต่ไห  มันเป๋นแต่ไฟ  บ่ใจ้กับหม้อ

หม้อที่เอามาตั้งบนเตาไฟไม่ร้อน  ไม่ใช่เป็นเพราะหม้อ  หากแต่เพราะไฟไม่แรง  จะไปโทษความผิดก็ไม่ได้

รำไม่ดี โทษปี่ โทษกลอง

ไก่เคยจน  คนเกยฟ้อน

คนเราเคยทำอะไรมาก่อนย่อมจะมีนิสัยนั้นติดตัวมา ไม่มีวันเลี่ยนแปลงนิสัยนั้นง่ายๆ

วัวเคยค้า  ม้าเคยขี่

ก้อนหินขว้างซัด  ตั๊ดตี้แข็งขัน  จ้างหุมขะนังสะต๊อนใส่หน้า

เราไปเกิดเรื่องราวกับผู้มีอิทธิพล  ย่อมจะเสียเปรียบทุกประตู

ไม้ซีก  งัดไม้ซุง

กำบ่ดี  บ่ดแป่งใส  กำบ่ใหญ่  บ่ดีแป๋งเอา

คำพูดเพียงนิดเดียว  เอาไปขยายให้ใหญ่โตทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย

ฟังไม่ได้ศัพท์  จับไปกระเดียด

แกว่งตี๋นหาหนาม

เป็นเรื่องของคนที่ชอบหาความเดือดร้อนใส่ตัว  เรื่องของคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนสักนิด  แต่ก็เข้าไปยุ่งด้วย  ภายหลังก็ได้รับความเดือดร้อน

แกว่งเท้าหาเสี้ยน

กำฟู่เก๊าเอาตุ้มตี้ไหน  เอาก๋ำใส่ไฟ  ฤาไหลน้ำกว้าง

เป็นคนเหลาะแหละ  พูดไม่อยู่กับร่องกับรอย  รับปากอยู่หยกๆแต่ไม่ทำตามคำพูด

ไม่หลักปักขี้เล่น

กึ๊มงึ้มดื่มใน  น้ำบ่ไหลเจี๊ยวปื้น

คนที่เงียบขึมนั้น  บทจะเอาจริงก็ขึ้นมาร้ายได้

น้ำนิ่งไหลลึก
ก๋ำขี้ดีกว่าก๋ำตด

โอกาสที่มาถึงนั้น  แม้ว่าจะได้เล็กๆน้อยๆก็ต้องคว้าไว้ก่อน  อย่าไปมัวรอของที่คิดว่าจะมีค่ามากกว่าภายหลัง

น้ำขึ้นให้รีบตัก

ไก่งามเพราะขน  คนงามเพราะแต่ง  ถ้าปากมันแหว่ง  แต่งอย่างใดก็ตึงบ่งาม

ไก่งามเพราะขน  คนสวยเพราะแต่ง  แต่ถ้าคนนั้นเป็นคนพิการ  แต่งยังไงก็ไม่น่าดู

ไก่งามเพราะขน  คนงามเพราะแต่ง

ข้าเก่าเต่าฮ้าย  เสือควายมีเขา  จั๊กเข็บเเมงวาว  เลี้ยงไว้บ่ได้  จายคาเฮือน  กับแคร่ขี้ไต้ บ่ควรดี  ร่วมชิด

ข้าเก่าอันเป็นบริวารรวมทั้ง  เสือควายที่มีเขาแหลม  ตะขาบ  แมลงป่องช้าง  สิ่งเหล่านี้ไม่ควรนำมาขุนไว้อีกทั้งชายคาบ้านกับไต้ที่จุดไฟ  อยู่ใกล้กันย่อมทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น

ช้างสาร  งูเห่า  ข้าเก่าเมียรัก  มักไว้ใจไม่ได้

ขะโยมดีเปี้อตุ๊เจ้า  ลูกเต้าดีเปี้อป้อแม่  คนเฒ่าคนแก่จะดีเพราะฟังธรรม

ศิษย์วัดจะดีเพราะพระสั่งสอน  ลูกที่ดีนั้นเพราะมีพ่อแม่อบรม  คนแก่จะดีเป็นที่นับถือของคนทั่วๆไป  ก็เพราะได้ฟังเทศน์และปฎิบัติธรรม

รักวัวให้ผูก  รักลูกให้ตี
ขี้นักหมาบ่กิ๋น

คนที่ชอบคุยฟุ้งถึงสรรพคุณตนเองนั้น  ไม่มีใครอยากจะฟัง

ท่าดี  ทีเหลว

 

เข้าห้วยใดก็หื้อมันสุด  ขุดห้วยใดก็หื้อมันตึ๊ก

เกิดเป็นคนจะต้องขยันหมั่นเพียร  อย่าท้อ  พูดจริงทำจริง

ฝนทั่งให้เป็นเข็ม

ใคร๋เป๋นเศรษฐีหมั่นก๊า       ใคร่เป๋นขี้ข้าให้หมั่นเล่ยพ้าย

อยากจะร่ำรวย  ให้หมั่นค้าขาย  อยากจะยากจนให้หมั่นเล่นการพนัน

อยากรวยให้เป็นนายหน้า  อยากเป็นยี้ย้าให้เป็นนายประกัน

ควันไฟ  ไผห่อกุ้ม

ควันไฟใครปิดมิด  ความลับนั้นย่อมจะปิดไม่มิดฉันใด

ปิดควันไฟไม่มิด
เงินอยู่ในน้ำ  คำอยู่ในดิน

เงินทองนั้นแม้หายากก็จริง  คนที่ขยันหมั่นเพียรแล้ว  ก็จะหาเงินได้จากในน้ำได้ไม่ยาก  หาทองได้จากในดินได้ไม่ยาก  เพราะบ้านเราในน้ำมีปลาในนามีข้าว  แต่ต้องมีความขยัน

ทรัพย์ในดิน  สินในน้ำ
งัวเลือกหญ้านานตุ้ย

วัววที่เลือกกินหญ้านั้นมักจะไม่ค่อยอ้วน  เป็นการเตือนคนที่ชอบเลือกงาน  ที่งานหนักไม่เอา  งานต่ำต้อยก็ไม่ยอมทำ  ทำให้ไม่มีเงินใช้

หนักไม่เอา  เบาไม่สู้

จับใจ๋แฮ้ง  บ่แน่นใจ๋ก๋า   ถูกใจ๋ครูบา    บ่เปิ้งใจ๋พระหน้อย

คนหนึ่งไปชอบอีกอย่างหนึ่ง  แต่อีกคนกลับไปชอบอีกอย่างหนึ่ง  เป็นความรู้สึกที่ไม่คล้อยตามกัน

ลางเนื้อ  ชอบลางยา

จะนั่งหี้อผ่อตี้  จะหนีหี้อผ่อก้น

ให้รู้จักสถานที่และกาลเวลาว่าเหมาะสมหรือไม่    เราควรวางตัว

เข้าเมืองตาหลิ่ว  ต้องหลิ่วตาตาม

เจ๊าก็ว่ายังงาย  ขวายก็ว่าแดดฮ้อน

ตอนเช้าก็อ้างว่าหนาว  สายมากก็อ้างว่าแดดร้อน   เป็นคำแก้ตัวของคนขี้เกียร

ผัดวันประกันพรุ่ง
จิ๊นฮองหน้าเขียง

คนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์นั้นๆ  แต่ก็ต้องมารับรู้และต้องมารับผิดชอบในสิ่งนั้นๆ

เนื้อไม่ได้กิน  หนังไม่ได้รองนั่ง  เอากระดูกมาแขวนคอ

จะไปเปิดเสื้อหี้อเปิ้นหันหลัง  จะไปลอกหนัง       หี้อเปิ้นหันจิ๊น

ความลับครอบครัวของเราอย่าได้นำไปพูดให้คนอื่นรู้ย่อมจะได้รับคำนินทราว่าร้ายตามมาทีหลัง

ไฟในอย่านำออก  ไฟนอกอย่านำเข้า

จะไปหวังน้ำห้วยหน้า          น้ำฟ้าบ่ไหลลงฮอม

อย่าหวังน้ำบ่อหน้า  น้ำฝนที่ตกลงมาจากฟ้า  ไม่ใช่ว่าจะไหลไปรวมกันที่ก้นบ่อรอให้ไปตัก

หวังน้ำบ่อหน้า
เจ้าน้องก็จั๊กไปตางซ้าย

เจ้าอ้ายก็จั๊กไปตางขวา

เป็นคำตำหนิของผู้ที่ชอบขัด  แล้วตัวเองก็ไม่สามารถทำได้  เป็นการขัดขวางความเจริญของหมู่คณะ

ติเรือทั้งโกลน
ดีแต่กำปาก

คำพูดนี้ไพเราะหวานหู    แต่ในใจนั้นหาความซื่อสัตยไม่ได้

มือถือสาก  ปากถือศีล
ถ่านไฟเก่า  ขี้เต้ามันยัง

 คนที่เคยรักกัน  แม้ว่าต่างฝ่ายจะมีครอบครัวไปแล้ว  แต่ความรักยังคงฝังแน่นไม่รู้ลืม

ถ่านไฟเก่า

 

 

 

ถ้วยแตกแล้ว  เอามาเตาะต่อกั๋น  ตี๋ไหนจานมัน  จะหายแตกร้าว

เมื่อมีเรื่องผิดพ้องหมองใจกัน  แม้ว่าทีหลังจะมาปรับความเข้าใจกันได้  แต่ในส่วนลึกนั้นก็ยังคิดถึงเรื่องที่เคยบาดหมางกันมาก่อน

แก้วร้าวยากที่จะประสานกันได้

น้ำบ่เต๋มต้น  มันตึงบ่ดัง

คนโอ้อวดมีความรู้แค่หางอึ่ง  พยายามทำอย่างไร  ก็ไม่มีใครยอมรับ

ความรู้แค่หางอึ่ง

น้ำขุ่นเอาไว้ตางใน      น้ำใสเอาไว้ตางนอก

ให้ระงับความรู้สึกที่จะแสดงออก  แม้ว่าจะโกรธเพียงไหนก็ให้ปั้นสิหน้ายิ้มแย้มเอาไว้

น้ำขุ่นอยู่ใน  น้ำใสอยู่นอก

นุ่งเสื้อลายหมาเห่า            ค้นกำเก่าจ้างผิดกั๋น

นุ่งผ้าสีฉูดฉาดบาดตาสุนัข  ย่อมจะเห่าเพราะเห็นเป็นสิ่งผิดปกติ  หากว่าเรื่องราวเก่าๆ  ที่เจ้าของไม่อยากรื้อฟื้นขึ้นมา  เมื่อนำมาพูดขึ้นมา  ก็ย่อมหมองใจกัน

พื้นฝอยหาตะเข็บ

บ่ตันนั่ง  จะไปฟั่งเหยียดแข้ง

เป็นคำตำหนิคนที่หวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึงมากเกินไป

ไม่เห็นน้ำตัดกระบอก  ไม่เห็นกระรอกโก่งหน้าไม้

บ่าหินบ่ไหล  ไคลคู้บ่อป้อ  อย่าเอาไม่อ้อ  ไปก๋าหลัดแข้งจ๊าง

ตัวเราเป็นผู้น้อย  จะไปขึ้นเสียงเถียงผู้ใหญ่ไม่ได้

ไม้ซีก  งัดไม้ซุง

ปะผ้าต้วบเมื่อยามใกล้แจ้ง  ปะจิ๊นแห้งเมื่อเขี้ยวบ่มี       เผื่อมาปะของดีก็ปอเฒ่าแก่แล้ว

เจอะผ้าห่มเมื่อใกล้สาง  เจอะเนื้อตากแห้งก็เมื่อฟันหลุดหมดปาก   เผื่อมาพบของดีที่ถูกใจก็พอดีเฒ่าชราเสียแล้ว

พบไม้งาม  ยามขวานปิ่น

เปิ้งปี้ก็เจ็บต๊อง        เปิ่งน้องก็เจ็บต๋า        เปิ่งป้าเปิ่งอา  เปิ่งไผก็บ่ได้

ไปพึ่งพาอาศัยพี่  ก็ว่าให้เจ็บใจ  ไปพึ่งน้องก็ว่าให้จนเสียน้ำตา  ไปพึ่งป้าพึ่งอาที่ไหนก็ไม่ได้  ฉะนั้นเราต้องพึ่งตนเอง

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

ปี้ฮู้สอง  น้องฉู้นึ่ง  ปี้ฮู้ป๊อง  น้องฮู้กล่าว

คนเราเมื่อจะทำสิ่งได้ต้องปรึกษากัน  นำเอาความคิดหลายความคิดมาถกเถียงกัน  ย่อมจะได้ผลงานที่ถูกต้อง

คนเดียวหัวหาย  สองคนเพื่อนตาย

แป๋งผิดไว้หื้อลูก    แป๋งถูกไว้หี้อหลาน

มีลูกแล้วรักตามใจลูกจนเกินไป  ในที่สุดก็ทำให้ลูกเสียคน  สำหรับหลานนั้นก็ว่ากล่าวเฆี่ยนตี  ก็ทำให้หลานมีคำสั่งสอนที่ดีติดตัวไป

รักวัวให้ผูก  รักลูกให้ตี

ปล๋าตัวเดียว  เน่าตึงซ้า

ทำเสียเพียงคนเดียว  ก็เท่ากับนำความเสื่อมเสียมาสู่หมู่คณะ

ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งห้อง

ปากเป็นธรรม  ใจ๋ดำเป๋นเห่าห้อม

ทำว่าตัวเองมีศีลธรรมอันดีแต่ในจิตใจนั้นดุร้ายกว่าอสรพิษ

มือถือสาก  ปากถือศีล

ปากว่าแต๊น้ำใจ๋บ่ต๋ามอู้เอางามน้ำใสซ่วยหน้า

คำพูดที่ไม่จริง  แต่พยายามทำให้คนอื่นหลงเข้าใจผิดว่าพูดจริง

ปากหวานก้นเปรี้ยว

ปากเป๋นธรรม  ใจ๋ดำเหมือน

หมิ่นหม้อ

พูดจาไพเราะอ่อนหวาน แต่ในใจคิดจะเข่นฆ่าทุกเวลา

ปากปราศัย  น้ำใจเชือดคอ

เปิ่นว่าเสือ  ตั๋วว่าพระเจ้า

เปิ่นว่าบ่เลา  ตั๋วว่างามล้ำ

เขาว่าเสียร้าย  แต่ตนเอง

กลับเห็นว่าน่ารักน่าบูชา

เขาว่าไม่สวยแต่ตัวเองกลับ

เห็นเป็นของดีของงาม

เห็นกงจักร  เป็นดอกบัว
ปล๋าตั๋วหลวง  ต๋ายน้ำตื้น

คนที่มีความรู้ความฉลาด

นั้น  บางครั้งก็อาจมาจน

แต้มกับคำถามง่าย ๆ

ปลาตายน้ำตื้น

เปิ่นกอบเฮาก๋ำ  เปิ่นก๋ำ

เฮากอบ

ความสามัคคีในหมู่คณะ

ควรจะช่วยเหลือกัน  ไม่ใช่

อยู่เฉย ๆ

คนละไม้คนละมือ

โผดสัตว์ได้บุญ  โผดคน

ได้บาป

โปรดสัตว์ได้บุญ   เพราะ

สัตว์เราช่วยแล้วมันก็ปลอด

ภัยแล้วก็จากไป  โปรดคน

ได้บาป  วันหน้าเราได้รับ

ความเดือดร้อนเราบาก

หน้าไปขอความช่วยเหลือ  อาจถูกผลักไสไล่ส่งก็ได้  เพราะว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่เนรคุณกว่าสัตว์ทั้งปวง

ทำคุณบูชาโทษ

เผื่อฮู้บ่อวาย  เผื่ออาย

บ่อเฒ่า

เป็นคำอุปมาสำหรับคนที่

ไม่มีความกระตือรือล้น

อะไร  ปล่อยชีวิตไปวัน ๆ

กว่าจะปรับปรุงตัวเองทุก

อย่างก็สายเกินไป

กว่าถั่วจะสุก  งาก็ไหม้

พระจั๋นทร์อยู่ฟ้า  เป๋น

เหยื่อราหู  ปล๋าเหยี่ยน

อยู่ฮู  ยังต๋ายถูกส้อม

ชีวิตของคนเรานี้  ย่อมจะ

หนีเคราะห์กรรมต่าง ๆ ไป

ไม่พ้น

กงเกวียน   กำเกวียน

พริกมีเฮือนเหนือ 

เกลื๋อมีเฮือนใต้

พริกกับเกลือนั้นต้องอาศัย

กันและกัน  เวลาปรุงอาหาร  เพราะเป็นของคู่กัน

ถ้อยมีถ้อยอาศัย,

น้ำพึ่งเรือ  เสือพึ่งป่า

ฟั่งได้บ่ดีเอา  เผาไหม้บ่ดีกิ๋น

เป็นคำเตือนสติคนที่ใจร้อน

เกินไป  หากว่ารีบเอาโดย

ไม่ได้คิด  ก็จะได้ของที่ไม่ดี

ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม

ฝนตกบ่ใคว่ใบไม้  ฝนขี้ไร้

ตกมาเยี๊ยะหยัง

แจกกันไม่ทั่วถึง

ฝนตกไม่ทั่วฟ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 

สรุปผลการศึกษาค้นคว้าภาษาล้านนา  และ  ภาษาไทย

 

1.      รู้จักภาษิตล้านนาในความหมายต่างๆมากขึ้น

2.      ได้ข้อคิดว่าภาษิตล้านนา  และ  ภาษิตไทยให้คติ  ข้อตักเตือนใจเกี่ยวกับ  การปฏิบัติคล้ายๆกัน

3.      ได้เห็นความงดงามทางภาษา  เห็นความลึกซึ้งของความคิด  ทัศนคติของบรรพบุรุษ  ที่มองสิ่งต่างๆได้อย่างละเอียด  สามารถนำมาใช้เปรียบเทียบ สำนวน  ตักเตือนลูกหลานได้ดี

4.      ได้เรียนรู้การทำโครงงาน  ที่เป็นรูปแบบที่ถูกต้องมากขึ้นกว่าเดิม

 

อภิปายผลการศึกษาค้นคว้า

              

                จากการศึกษาค้นคว้า  ภาษิตล้านนาและภาษิตไทย  ทำให้ผู้จัดทำได้รู้ความหมายของภาษิตล้านนา ( กำบ่ะเก่า )  ที่ผู้เฒ่าผู้แก่ หรือ ครูอาจารย์มักผู้ให้ฟัง ในความหมายต่างๆมากขึ้น และเข้าใจถึงจุดประสงค์ที่แฝงไว้ในคำนั้นๆ  อีกทั้งยังทำให้ได้รู้ว่าทั้งภาษิตล้านนา และภาษิตไทยก็ให้คติและข้อเตือนใจ  ในการประพฤติปฏิบัติที่คล้ายๆกัน  ภาษาที่ใช้กล่าว ก็งดงามตามลักษณะเฉพาะของแต่ละท้องถิ่น นอกจากนี้ การคิดทัศน์คติ มุมมองของบรรพบุรุษของเรา เป็นคนช่างสังเกต ละเอียดละออสามารถใช้สิ่งต่างๆที่มองเห็น  มาเปรียบเทียบสั่งสอนตักเตือน ให้ข้อคิดแก่ลูกหลานได้เป็นอย่างดี  ผลอีกประการหนึ่ง ที่ผู้จัดทำได้รับ นับว่ามีคุณค่าต่อการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นคือ ได้รู้รูปแบบการทำโครงงานที่ถูกต้องมากขึ้นกว่าเดิม

 

ประโยชน์ที่ได้รับ

1.       สามารถนำภาษิตล้านนาที่ศึกษาไป ใช้สนทนากับผู้เฒ่าผู้แก่ที่เป็นคนล้านนาได้

2.       นำไปเผยแพร่ให้เพื่อน นักเรียนได้รับรู้ความหมายและความงดงามทางภาษา

3.       ได้รู้จักการทำงานกลุ่ม และการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม จัดเป็นระบบ

 

ข้อเสนอแนะ

1.       ควรปรับเข้าไปมีส่วนร่วมในหลักศูตรการศึกษา

2.       ควรมีการเข้าค่ายการพูดกำเมือง

3.       ควรช่วยกันสืบสานและอนุรักษ์ไว้

 

 

 

 

 

 

บรรณานุกรม 

 


ภาษิตล้านนา

 

อำนวย  กลำพัด , คำคมแห่งล้านนา , ประเทืองวิทยา , เชียงใหม่

 

ภาษิตไทย

 

พจนานุกรม ฉบับเฉลิมพระเกียร